การใช้เหรียญก้อนเงินก้อนทองซื้อของในศตวรรษ 1600s ที่อังกฤษช่างยุ่งเหยิง เพื่อจะวัดว่าเหรียญไหนมีค่ามากมีค่าน้อยก็ต้องช่างน้ำหนักเอา ลองคิดดู เมื่อส่งก้อนเงินจ่ายค่าขนมปัง ช่างขนมปังอาจจะหัวใสแล้วพูดว่าฉันขูดเงินนี้ออกนิดนึงดีกว่า เก็บรวมๆ กันไว้จะได้หลอมเป็นก้อนเงินก้อนใหม่ ก่อนจะส่งเหรียญเงินก้อนเก่าให้พ่อค้าน้ำตาล พอพ่อค้าน้ำตาลได้ก้อนเงินไปก็รู้สึกว่าน้ำหนักมันไม่เท่าที่คุยกันไว้ก็ทะเลาะกัน มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าในช่วงปี 1600s แทบจะไม่มีใครซื้อของหรือทำมาค้าขายโดยไม่ทะเลาะกันเลย เนื่องจากโลหะเงินและโลหะทองมีจำกัด กว่าจะทำเหมืองขุดได้ก็นาน เงินที่ทำจากเงิน (silver) และทองมันไม่สามารถทำให้ทุกคนรวยขึ้นได้ เพราะเราไม่ได้มีเงินและทองพอสำหรับทุกคน การขาดเงินและทองจึงเป็นปรากฎการณ์ที่เห็นกันจนชินตาในอังกฤษปี 1600s สังคมติดเพดานการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยม อยู่ๆ ช่างทอง (goldsmith) ก็ปิ๊งนวัตกรรมสุดล้ำแห่งศตวรรษคล้ายกับที่พ่อค้าจีนในเสฉวนทำเมื่อหลายร้อยปีก่อน นวัตกรรมนี้กลายเป็นรากฐานการธนาคารมาจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากมีคนรวยเอาเงินกับทองมาฝากไว้กับช่างทอง แล้วช่างทองก็ให้ใบรับฝาก…

มารู้จักประวัติศาสตร์ของ ‘เงิน’ กัน เวลานึกถึง “เงิน” คุณนึกถึงอะไร? ใช่ธนบัตรใหม่กริบที่เพิ่งออกมาจาก ATM หรือเปล่า หรือเหรียญที่นอนอยู่ก้นกระเป๋า หรือตัวเลขในบัญชี แล้วเงินดิจิตอลแบบบิทคอยน์ล่ะใช่เงินมั้ย เงินที่เราคุ้นเคยและเห็นบ่อยยิ่งกว่าหน้าเพื่อนสนิทจริงๆ แล้วมีประวัติศาสตร์ที่สนุกและกระตุกสามัญสำนึกมาก เราจะพาคุณรู้จักประวัติศาสตร์ของ “เงิน” ผ่านหนังสือที่สนุกมากมากชื่อ Money: The True Story of A Made-Up thing (2020) ของ Jacob Goldstein ประวัติศาสตร์มนุษย์เซเปียนหลายหมื่นปีไม่มีเงินแบบที่เราๆ…

Out of Africa (1937) (เป็นอัติชีวประวัติในแอฟริกาช่วง 1910s – 1930s ของ Karen Blixen บารอนเนสชาวเดนมาร์ค—เล่มเดียวกับที่เอามาทำหนัง แต่เนื้อหาต่างกัน) ช่างงดงาม พรรณาโวหารของคาเรนทำเสมือนย้ายเราไปอยู่ในแอฟริกา (เคนยา) เมื่อเกือบร้อยปีก่อน บางบทบางตอนที่บรรยายเกี่ยวกับชนเผ่า (หลักๆ คือชนเผ่า Kikuya) ชวนเปิดสามัญสำนึกให้เข้าใจถึงวิถีชีวิตที่ต่างออกไปจากแบบที่คุ้นเคยโดยสิ้นเชิง หนึ่งในนั้น คือ เรื่องการรับรู้โลก กับ ภาษาเขียน ภาษา Swaheli ไม่มีภาษาเขียนจนกระทั่งคนขาวไปสร้างตัวเขียนให้…

ชูสามนิ้ว – ต้นกำเนิดชูสามนิ้วมาจาก The Hunger Games (หนัง/หนังสือ) เมื่อ ‘แคทนิส เอเวอร์ดีน’ ตัวเอกของเรื่องอาสาเป็นตัวแทนน้องสาว ‘พริม’ จากอาณาเขต 12 เพื่อเข้าไปร่วมเล่นเกมถ่ายทอดสดให้เด็กจากทุกเขตแข่งฆ่ากันเองจนเหลือคนสุดท้ายชดเชยประวัติศาสตร์ที่เคยแข็งข้อต่อ ‘เดอะ แคปิตอล’ เมืองหลวงที่ปกครองโดยประธานาธิบดีในคราบเผด็จการ ‘โคริโอลานัม สโนว์’ หลังแคทนิสกล่าวประโยคอมตะ “ฉันขออาสา ฉันขออาสาเป็นบรรณาการ” (“I volunteer. i volunteer as tribute.”) ไปแข่งตายแทนน้อง…

ช่วงนี้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งแล้วค้นพบว่ามันเปิดโลกมากๆๆๆ เลยอยากเอามาแชร์ให้คนอื่นต่อ หนังสือชื่อ Thinking, Fast and Slow เขียนโดย Daniel Kahneman อาจารย์มหาลัยเจ้าของรางวัลโนเบล เขาบอกว่าคนเราเวลารับรู้ข้อมูล สมองเราแบ่งทำงานออกเป็น 2 ระบบ system 1 กับ system 2 ระบบแรก (system 1) สมมุติว่าเราเห็นคนทำหน้าเหมือนสติกเกอร์อันนี้  เราก็เดาได้ทันทีว่าคนนี้กำลังโกรธหรือไม่พอใจอะไรสักอย่าง การคิดด้วยระบบนี้เรียกว่า fast thinking หรือ การคิดตอบสนองแบบทันทีทันใด เราสามารถประมวลผลได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ความพยายามเลยจากประสบการณ์ในชีวิต…

เคยไหมที่เจอคำนี้ในภาษาไทยแล้วพอจะแปลเป็นอังกฤษแล้วต้องเกาหัวแกรกๆ หรือเจอคำอื่นในภาษาอะไรก็ตาม พอจะแปลกลับเป็นไทยเท่านั้นแหล่ะ เอ๊ะ แปลยังไงก็ไม่ได้ความหมาย ในภาษาอังกฤษมีคำที่เรียกว่า “nuance” หมายถึง ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยที่ยากต่อการสังเกตแต่จริงๆ แล้วมีความสำคัญ สิ่งที่ยากที่สุดระหว่างแปลคือการเก็บ nuance นี้แหล่ะ ในเว็บ altalang.com รวบรวมคำที่โหวตว่าแปลยากที่สุดในโลกไว้ 10 คำ Mamihlapinatapei (Yagan) – ประมาณว่า การสบตาโดยไร้คำพูดแต่มีความหมายระหว่างคนสองคนที่ต้องการจะเริ่มพูดอะไรสักอย่าง แต่ไม่มีใครกล้าเริ่มคือ คำนี้ช่างกินได้หลายอารมณ์ จะโรแมนติกก็ได้ จะการเมืองก็ได้ คำช่างได้อารมณ์ jayus (Indonesian)…

ระหว่างที่คุณกำลังอ่านตัวหนังสือตรงหน้า อาจจะบนหน้าจอมือถือในห้องนั่งเล่น คุณคิดว่าเป็นไปได้มั้ยที่คุณจะนอนหลับอยู่ในห้องข้างๆ ไปพร้อมกัน คุณอาจจะถามคนเขียนว่าบ้าหรือเปล่า ถ้าเป็นในหนัง sci-fi ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เป็นชีวิตจริง คุณจะไปแยกร่างอยู่สองที่ในเวลาเดียวกันได้ยังไง.คำถามก็คือ ทำไม “คุณ” ทำไม่ได้?.ในเมื่อโลกของ ควอนตัม ฟิสิกส์ (Quantum Physics) ซึ่งเป็นโลกของอนุภาคที่เล็กมากๆๆๆ เล็กกว่าอะตอม เช่น อิเล็กตรอน โฟตอน (คุณอาจจะงงว่ามันคืออะไร ไม่ต้องรู้สึกแย่ไป ผู้เขียนก็งงเหมือนกันตอนแรก เพราะผู้เขียนเรียนวิทยาศาสตร์ในสถานศึกษามาน้อยมาก แต่ขอให้เข้าใจว่ามันเป็นหน่วยที่เล็กเหลือเกิน มีมวลเท่ากับศูนย์ เดินทางด้วยความเร็วแสง) ทำอยู่ตลอดเวลา…

ในยุคที่หลายๆ คน กลัวว่า AI จะมาแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเรา อยากชวนให้มาลองฟังเรื่องนี้ดู ถ้าสมมุติว่าคุณเจอป้ายหน้าห้องหนึ่งเขียนว่า “West Area Computers” คุณคิดว่าจะเปิดเข้าไปเจออะไร? แน่นอนคุณอาจจะคิดว่าจะต้องเจอคอมพิวเตอร์ตั้งเป็นแถวเรียงราย แต่เปล่าเลย สิ่งที่อยู่หลังประตูห้องคือ ผู้หญิงแอฟริกัน-อเมริกันจำนวนมากที่ทำงานเป็นคอมพิวเตอร์ต่างหาก ใช่แล้ว ครั้งหนึ่งคอมพิวเตอร์เคยเป็นมนุษย์ มโนสำนึกว่ามนุษย์เคยทำงานเป็นคอมพิวเตอร์มาก่อนเกิดขึ้นครั้งแรกในระหว่างที่ดูภาพยนตร์ชื่อ Hidden Figures ในปี 2016 ซึ่งนำเค้าโครงมาจากเรื่องจริงที่เกิดใน NASA ณ Langley Research Center ในช่วงปี 1960s…

ผู้เล่นคือ A, B และ C คุณคือ C ที่ถูกแยกมาอีกห้องหนึ่ง แล้วคุณต้องสัมภาษณ์ A กับ Bเพื่อทายว่า A หรือ B ใครเป็นผู้ชายและใครเป็นผู้หญิง งานของ A (ผู้ชาย) ในเกมนี้ คือ ทำให้ C (คุณ) ตอบผิดงานของ B (ผู้หญิง) ในเกมนี้ คือ ทำให้…

(เรื่องนี้ไม่ได้สร้างมาให้ดูรอบเดียวแน่นอน ก่อนจะตีตั๋วเข้าโรงรอบสอง เราเลยคิดว่าถ้าชวนคุยเรื่องพวกนี้น่าจะดูรอบสองได้เพลินขึ้น) —————————————- ฟิสิกส์ระดับ pop science Entropy – เอนโทรปีคือ คอนเซปต์ที่เอาไว้อธิบาย เวลาน้ำแข็งละลาย หรือ วิปครีมในกาแฟละลาย เพราะพลังงาน (energy) แผ่ออกไปสู่ที่ที่มีพลังงานน้อยกว่า พูดแบบลดทอนคือ เอนโทรปีเป็นการวัดโครงแบบการแผ่ของพลังงานนั้น คอนเซปต์เอนโทรปีจึงทำให้เราเห็นของที่ร้อนมากกว่าแผ่ไปของที่ร้อนน้อยกว่า(1) ตรงนี้เอง เอนโทรปีจึงเป็นกฎแห่งฟิสิกส์ที่ทำให้เราคิดว่าเวลามีอยู่จริง เพราะว่าพลังงานเคลื่อนที่จาก A ไป B ดังนั้น ดังนั้นเราจึงสามารถแยกอดีตออกจากอนาคตได้ เพราะอดีตน้ำแข็งเป็นก้อน แต่ตอนนี้น้ำแข็งละลาย(2)…