ผลสำรวจอายุประชากรม็อบครั้งที่ 3Mob Fest วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 เวลาโดยประมาณ 16.30 – 18.30 น. มีผู้สนใจร่วมติดสติกเกอร์ทั้งหมด 652 คน แบ่งเป็นGen Z (0-22 ปี) – 130 คน (19.9%)Gen Y รุ่น 2 (23-31 ปี) – 269…

“คุณเคยร่วมชุมนุมใหญ่ครั้งใดบ้าง” คือ คำถามของโพลนี้ ค่ะสำรวจการร่วมชุมนุมใหญ่ของคนในม็อบราษฎรสาส์นวันที่ 8 พ.ย. 63 ผลสำรวจนี้เกิดจากความสงสัยสองข้อ1) มีคนที่มาร่วมม็อบนี้เป็นครั้งแรก หรือ First Mobber เยอะมั้ย2) มีคน “เปลี่ยนฝั่ง” เยอะจริงตามที่พูดกันหรือเปล่า ผลที่ออกมาเป็นดังนี้ค่ะ (รายละเอียดเต็มดูได้ในกราฟฟิกและรูป)14 ตุลา 2516 มีผู้เคยเข้าร่วม 24 คน (อายุ 60-80)เดือนตุลา 2519 มีผู้เคยเข้าร่วม 28 คน (อายุ…

ม็อบ “ราษฎรสาส์น” วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ตั้งแต่ประมาณ 4.30 น. – ช่วงเวลาออกเดิน (น่าจะหกโมงกว่าๆ )..มีผู้สนใจร่วมติดสติกเกอร์ทั้งหมด 777 คน แบ่งเป็นGen Z (0-22 ปี) – 92 คน (11.84%)Gen Y รุ่น 2 (23-31 ปี) – 283…

การใช้เหรียญก้อนเงินก้อนทองซื้อของในศตวรรษ 1600s ที่อังกฤษช่างยุ่งเหยิง เพื่อจะวัดว่าเหรียญไหนมีค่ามากมีค่าน้อยก็ต้องช่างน้ำหนักเอา ลองคิดดู เมื่อส่งก้อนเงินจ่ายค่าขนมปัง ช่างขนมปังอาจจะหัวใสแล้วพูดว่าฉันขูดเงินนี้ออกนิดนึงดีกว่า เก็บรวมๆ กันไว้จะได้หลอมเป็นก้อนเงินก้อนใหม่ ก่อนจะส่งเหรียญเงินก้อนเก่าให้พ่อค้าน้ำตาล พอพ่อค้าน้ำตาลได้ก้อนเงินไปก็รู้สึกว่าน้ำหนักมันไม่เท่าที่คุยกันไว้ก็ทะเลาะกัน มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าในช่วงปี 1600s แทบจะไม่มีใครซื้อของหรือทำมาค้าขายโดยไม่ทะเลาะกันเลย เนื่องจากโลหะเงินและโลหะทองมีจำกัด กว่าจะทำเหมืองขุดได้ก็นาน เงินที่ทำจากเงิน (silver) และทองมันไม่สามารถทำให้ทุกคนรวยขึ้นได้ เพราะเราไม่ได้มีเงินและทองพอสำหรับทุกคน การขาดเงินและทองจึงเป็นปรากฎการณ์ที่เห็นกันจนชินตาในอังกฤษปี 1600s สังคมติดเพดานการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยม อยู่ๆ ช่างทอง (goldsmith) ก็ปิ๊งนวัตกรรมสุดล้ำแห่งศตวรรษคล้ายกับที่พ่อค้าจีนในเสฉวนทำเมื่อหลายร้อยปีก่อน นวัตกรรมนี้กลายเป็นรากฐานการธนาคารมาจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากมีคนรวยเอาเงินกับทองมาฝากไว้กับช่างทอง แล้วช่างทองก็ให้ใบรับฝาก…

มารู้จักประวัติศาสตร์ของ ‘เงิน’ กัน เวลานึกถึง “เงิน” คุณนึกถึงอะไร? ใช่ธนบัตรใหม่กริบที่เพิ่งออกมาจาก ATM หรือเปล่า หรือเหรียญที่นอนอยู่ก้นกระเป๋า หรือตัวเลขในบัญชี แล้วเงินดิจิตอลแบบบิทคอยน์ล่ะใช่เงินมั้ย เงินที่เราคุ้นเคยและเห็นบ่อยยิ่งกว่าหน้าเพื่อนสนิทจริงๆ แล้วมีประวัติศาสตร์ที่สนุกและกระตุกสามัญสำนึกมาก เราจะพาคุณรู้จักประวัติศาสตร์ของ “เงิน” ผ่านหนังสือที่สนุกมากมากชื่อ Money: The True Story of A Made-Up thing (2020) ของ Jacob Goldstein ประวัติศาสตร์มนุษย์เซเปียนหลายหมื่นปีไม่มีเงินแบบที่เราๆ…

Out of Africa (1937) (เป็นอัติชีวประวัติในแอฟริกาช่วง 1910s – 1930s ของ Karen Blixen บารอนเนสชาวเดนมาร์ค—เล่มเดียวกับที่เอามาทำหนัง แต่เนื้อหาต่างกัน) ช่างงดงาม พรรณาโวหารของคาเรนทำเสมือนย้ายเราไปอยู่ในแอฟริกา (เคนยา) เมื่อเกือบร้อยปีก่อน บางบทบางตอนที่บรรยายเกี่ยวกับชนเผ่า (หลักๆ คือชนเผ่า Kikuya) ชวนเปิดสามัญสำนึกให้เข้าใจถึงวิถีชีวิตที่ต่างออกไปจากแบบที่คุ้นเคยโดยสิ้นเชิง หนึ่งในนั้น คือ เรื่องการรับรู้โลก กับ ภาษาเขียน ภาษา Swaheli ไม่มีภาษาเขียนจนกระทั่งคนขาวไปสร้างตัวเขียนให้…

ชูสามนิ้ว – ต้นกำเนิดชูสามนิ้วมาจาก The Hunger Games (หนัง/หนังสือ) เมื่อ ‘แคทนิส เอเวอร์ดีน’ ตัวเอกของเรื่องอาสาเป็นตัวแทนน้องสาว ‘พริม’ จากอาณาเขต 12 เพื่อเข้าไปร่วมเล่นเกมถ่ายทอดสดให้เด็กจากทุกเขตแข่งฆ่ากันเองจนเหลือคนสุดท้ายชดเชยประวัติศาสตร์ที่เคยแข็งข้อต่อ ‘เดอะ แคปิตอล’ เมืองหลวงที่ปกครองโดยประธานาธิบดีในคราบเผด็จการ ‘โคริโอลานัม สโนว์’ หลังแคทนิสกล่าวประโยคอมตะ “ฉันขออาสา ฉันขออาสาเป็นบรรณาการ” (“I volunteer. i volunteer as tribute.”) ไปแข่งตายแทนน้อง…

ช่วงนี้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งแล้วค้นพบว่ามันเปิดโลกมากๆๆๆ เลยอยากเอามาแชร์ให้คนอื่นต่อ หนังสือชื่อ Thinking, Fast and Slow เขียนโดย Daniel Kahneman อาจารย์มหาลัยเจ้าของรางวัลโนเบล เขาบอกว่าคนเราเวลารับรู้ข้อมูล สมองเราแบ่งทำงานออกเป็น 2 ระบบ system 1 กับ system 2 ระบบแรก (system 1) สมมุติว่าเราเห็นคนทำหน้าเหมือนสติกเกอร์อันนี้  เราก็เดาได้ทันทีว่าคนนี้กำลังโกรธหรือไม่พอใจอะไรสักอย่าง การคิดด้วยระบบนี้เรียกว่า fast thinking หรือ การคิดตอบสนองแบบทันทีทันใด เราสามารถประมวลผลได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ความพยายามเลยจากประสบการณ์ในชีวิต…

เคยไหมที่เจอคำนี้ในภาษาไทยแล้วพอจะแปลเป็นอังกฤษแล้วต้องเกาหัวแกรกๆ หรือเจอคำอื่นในภาษาอะไรก็ตาม พอจะแปลกลับเป็นไทยเท่านั้นแหล่ะ เอ๊ะ แปลยังไงก็ไม่ได้ความหมาย ในภาษาอังกฤษมีคำที่เรียกว่า “nuance” หมายถึง ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยที่ยากต่อการสังเกตแต่จริงๆ แล้วมีความสำคัญ สิ่งที่ยากที่สุดระหว่างแปลคือการเก็บ nuance นี้แหล่ะ ในเว็บ altalang.com รวบรวมคำที่โหวตว่าแปลยากที่สุดในโลกไว้ 10 คำ Mamihlapinatapei (Yagan) – การสบตาโดยไร้คำพูดแต่มีความหมายระหว่างคนสองคนที่ต้องการจะเริ่มพูดอะไรสักอย่าง แต่ไม่มีใครกล้าเริ่มคือ คำนี้ช่างกินได้หลายอารมณ์ จะโรแมนติกก็ได้ จะการเมืองก็ได้ jayus (Indonesian) – คำที่แทนมุขตลกที่มันแป๊กมากๆ…